การใช้ Fibonacci Retracement เพื่อหาแนวรับและแนวต้านในการเทรด Forex อย่างละเอียด

By Admins Updated 8 November 2024

การใช้ Fibonacci Retracement เพื่อหาแนวรับและแนวต้านในการเทรด Forex อย่างละเอียด

Fibonacci Retracement เป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่เทรดเดอร์นิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะในการวิเคราะห์แนวรับ (Support) และแนวต้าน (Resistance) เนื่องจากช่วยบ่งบอกถึงจุดที่มีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับตัว โดยอิงจากสัดส่วนที่พบในลำดับฟีโบนักชี ซึ่งถือเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถใช้คาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ทำความรู้จักกับ Fibonacci Retracement

Fibonacci Retracement เป็นเครื่องมือที่อิงตามลำดับฟีโบนักชี ซึ่งเป็นชุดของตัวเลขที่สร้างขึ้นจากการบวกตัวเลขสองตัวก่อนหน้า (เช่น 0, 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, …) เมื่อสร้างชุดนี้ไปเรื่อยๆ จะพบว่าอัตราส่วนระหว่างตัวเลขในชุดมีลักษณะพิเศษ โดยระดับที่นิยมใช้กันคือ:

  • ระดับ 23.6%
  • ระดับ 38.2%
  • ระดับ 50% (แม้จะไม่ใช่ระดับฟีโบนักชีที่แท้จริง แต่นิยมใช้กันมาก)
  • ระดับ 61.8%
  • ระดับ 78.6%

2. หลักการทำงานของ Fibonacci Retracement ในการหาแนวรับและแนวต้าน

ในการใช้ Fibonacci Retracement เราจะลากเส้นจากจุดสูงสุดไปยังจุดต่ำสุด (หรือในทางกลับกัน ขึ้นอยู่กับแนวโน้ม) เพื่อระบุระดับที่เป็นแนวรับและแนวต้าน โดยหลักการทำงานคือ:

  • หากราคาลดลงหลังจากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระดับ Fibonacci จะเป็นแนวรับที่ราคามีโอกาสกลับตัวขึ้น
  • หากราคาขึ้นหลังจากลงอย่างต่อเนื่อง ระดับ Fibonacci จะเป็นแนวต้านที่ราคามีโอกาสกลับตัวลง

3. วิธีใช้ Fibonacci Retracement เพื่อหาแนวรับและแนวต้าน

ขั้นตอนที่ 1: ระบุจุดสูงสุดและจุดต่ำสุด

  • สำหรับแนวโน้มขาขึ้น: ลากเส้นจากจุดต่ำสุดไปยังจุดสูงสุดล่าสุด
  • สำหรับแนวโน้มขาลง: ลากเส้นจากจุดสูงสุดไปยังจุดต่ำสุดล่าสุด

ขั้นตอนที่ 2: ตีเส้น Fibonacci Retracement

  • ใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement ที่อยู่ในแพลตฟอร์มการเทรด เช่น MetaTrader หรือ TradingView แล้วลากจากจุดต่ำไปจุดสูง (หรือจุดสูงไปจุดต่ำ ขึ้นกับแนวโน้ม) จะเห็นระดับ Fibonacci ปรากฏขึ้นในกราฟ เช่น ระดับ 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8% และ 78.6%

ขั้นตอนที่ 3: สังเกตแนวรับและแนวต้าน

  • เมื่อราคามาถึงระดับ Fibonacci Retracement ที่สำคัญ เช่น 38.2%, 50%, หรือ 61.8% ให้สังเกตว่าราคาจะเกิดการกลับตัวหรือไม่ ระดับเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นแนวรับในขาลง หรือแนวต้านในขาขึ้น
  • หากราคาทะลุระดับสำคัญเหล่านี้ไปได้ มีโอกาสที่ราคาจะเคลื่อนไหวต่อไปยังระดับถัดไป เช่นจาก 38.2% ไปยัง 50% และจาก 50% ไปยัง 61.8%

4. ตัวอย่างการใช้ Fibonacci ในการเทรด

สถานการณ์สมมติ: สมมติว่าคุณกำลังดูคู่สกุลเงิน EUR/USD ซึ่งกำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และราคาได้วิ่งจากจุดต่ำสุดที่ 1.1500 ไปยังจุดสูงสุดที่ 1.2000

  1. ขั้นตอนการลากเส้น:

    • ใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement ลากเส้นจากระดับ 1.1500 (จุดต่ำสุด) ไปยังระดับ 1.2000 (จุดสูงสุด)
  2. ระดับแนวรับที่สำคัญ:

    • หลังจากการวิ่งของราคาในแนวโน้มขาขึ้น หากราคาย่อตัวลงมา แนวรับสำคัญที่ควรสังเกตคือ 23.6% (ที่ประมาณ 1.1880), 38.2% (ที่ประมาณ 1.1760), และ 61.8% (ที่ประมาณ 1.1620)
    • หากราคาลงมาถึงระดับเหล่านี้ เทรดเดอร์สามารถหาสัญญาณการกลับตัว (Reversal) เพื่อเข้าซื้อในทิศทางเดียวกับแนวโน้มหลัก
  3. การตั้งจุด Stop Loss:

    • เพื่อจัดการความเสี่ยง หากคุณเปิดตำแหน่งที่แนวรับ Fibonacci สามารถตั้งจุดหยุดขาดทุนไว้ใต้แนวรับที่คุณซื้อเล็กน้อย เช่น ตั้งไว้ใต้ระดับ 38.2% หรือ 61.8% เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากราคาย่อต่ำลงไปอีก

5. การใช้ Fibonacci ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ

Fibonacci Retracement สามารถใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ เช่น:

  • ใช้กับเส้นแนวโน้ม (Trendline): หากแนวโน้มขาขึ้นมีเส้นแนวโน้มที่แข็งแกร่ง ตำแหน่งที่เส้นแนวโน้มตัดกับระดับ Fibonacci จะเป็นจุดเข้าซื้อที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
  • ใช้กับการวิเคราะห์รูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Patterns): เช่น การมองหาสัญญาณกลับตัวที่ระดับ Fibonacci โดยดูจากรูปแบบแท่งเทียน เช่น Hammer, Doji, หรือ Engulfing ที่บ่งบอกถึงการกลับตัวของราคา
  • ใช้ร่วมกับ RSI หรือ MACD: หากระดับ Fibonacci สอดคล้องกับสัญญาณ Overbought หรือ Oversold จาก RSI หรือ MACD อาจช่วยให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นในการตัดสินใจเข้าซื้อหรือขาย

6. ข้อควรระวังในการใช้ Fibonacci Retracement

  • อย่าใช้ Fibonacci Retracement เพียงอย่างเดียว: เนื่องจากการเคลื่อนไหวของตลาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับ Fibonacci เสมอไป ควรใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ
  • สังเกตการทะลุของราคา (Breakout): หากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวรับหรือแนวต้าน Fibonacci ได้ มีโอกาสที่ราคาจะทะลุและเคลื่อนไหวต่อในทิศทางนั้น
  • ฝึกฝนในการเลือกจุดสูงสุดและจุดต่ำสุด: การเลือกจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดเพื่อใช้ลากเส้น Fibonacci มีความสำคัญมาก ควรพิจารณาจุดที่เป็นการเคลื่อนไหวที่สำคัญจริงๆ ในแนวโน้ม

สรุป

Fibonacci Retracement เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการหาแนวรับและแนวต้าน โดยอาศัยสัดส่วนที่เป็นธรรมชาติในการเคลื่อนไหวของราคา อย่างไรก็ตาม เครื่องมือนี้ไม่ได้ให้ผลที่แน่นอน 100% ควรใช้งานร่วมกับการวิเคราะห์อื่นๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ การฝึกฝนและเรียนรู้จากการใช้งานจริงจะช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของราคาตามระดับ Fibonacci ได้ดีขึ้น