การเทรด forex คืออะไรคำตอบอยู่ที่นี่ : คู่มือสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่จนถึงมืออาชีพ

By Admins Updated 29 September 2024

โลกของการเทรด Forex นั้นน่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยโอกาสในการทำกำไรจากความผันผวนของค่าเงิน ลองนึกภาพตลาดการเงินขนาดมหึมาที่มีเงินหมุนเวียนกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน! มีเทรดเดอร์จากทั่วทุกมุมโลกเลยก็ว่าได้ ใช่แล้วครับ ตลาด Forex คือตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่กว่าตลาดหุ้นเสียอีก

กราฟแสดงปริมาณการเทรดฟอเร็กซ์ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี

เมื่อก่อนการเทรด Forex อาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตกับมืถือ คุณก็สามารถเริ่มต้นซื้อขายคู่สกุลเงินต่างๆ เช่น USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ/เยนญี่ปุ่น)  หรือ XAU/USD (ทองคำ/ดอลล่าห์)ได้ทันที แต่แน่นอนว่า การเทรด Forex ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด มีศัพท์เฉพาะมากมายที่ทำให้มือใหม่รู้สึกงง ไม่ว่าจะเป็น Pip, Lot, Leverage ,EUR/USD หรือแม้แต่ Indices, Commodities ฟังดูเหมือนภาษาต่างดาวเลยใช่ไหมล่ะ?

ไม่ต้องกังวลครับ! บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจพื้นฐานการเทรด Forex แบบ Step-by-Step เราจะอธิบายทุกอย่างตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์ การเปิดออเดอร์แรก การวางแผนกลยุทธ์ ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้คุณเริ่มต้นเทรด Forex อย่างมั่นใจและปลอดภัย

การเทรด forex , FX คืออะไร

forex(ฟอเร็กซ์) มาจากคำว่า Foreign exchange แปลเป็นไทยตรงตัวก็คือ การซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (forex หรือ FX) เกี่ยวข้องกับการซื้อเงินสกุลหนึ่งและขายอีกสกุลหนึ่ง โดยพยายามทำกำไรจากการซื้อขาย ยกตัวอย่างกรณีง่ายๆหากคุณมีธุรกิจซื้อสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมาขายในบ้านเรา เวลาคุณซื้อของเหล่านั้นคุณก็ต้องใช้เงินเยน แต่ค่าเงินเยนเทียบกับเงินบาท นั้นไม่ได้กำหนดเป็นค่าคงตัว แต่มันขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา ตรงจุดนี้แหละครับที่ทำให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงิน เก็งกำไรในค่าเงิน หรือ ฟอเร็กซ์ เพราะว่าเมื่อคุณรู้แน่ๆว่าคุณต้องใช้เงินเยนในอนาคต หากคุณมองว่า ค่าเงินเยนต้องแข็งค่าหรือมีค่ามากขึ้นเทียบกับเงินบาท คุณก็ต้องรีบซื้อเงินเยนไว้ เพื่อป้องกันการขาดทุนเนื่องจากเงินเยนแข็งขึ้น

ในเมื่อมีคนต้องการซื้อก็ต้องมีคนขายเป็นปกติ ดังนั้นตลาดฟอเร็กซ์ซื้อขายเงินตรา จึงใหญ่โตมหาศาลเพราะมีการค้าขายระหว่างประเทศทั่วโลก ผู้คนก็เก็งกำไรจากการผันผวนของค่าเงิน จากจุดเริ่มต้นผู้คนซื้อขายเงินตรากันแบบจริงมีการส่งมอบเงินกันจริงๆ โลกก็พัฒนาจนมามีผลิตภัณฑ์ทางการเงินมากมายหลายอย่าง ตัวอย่างในหลายประเทศ รวมถึงบ้านเราประเทศไทยมีกฎหมายป้องกัน ไม่ให้ประชาชนรายย่อยทำการซื้อขายเงินตราเพื่อเก็งกำไรได้ จึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้เป็นการแลกเปลี่ยนเงินตรา แต่เป็นสัญญาส่วนต่าง (Contract for Difference) หรือ CFD แทนครับเป็นตราสารอนุพันธ์ชนิดหนึ่งที่ให้คุณเก็งกำไรจากราคาของสินทรัพย์อ้างอิง เช่น หุ้น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ หรือสกุลเงิน โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นจริง ๆ

CFD ที่คนไทยเทรดกัน

ดังนั้นที่คุณไปเจอในอินเตอร์เน็ต หรือคนที่บอกว่าเขาเทรดฟอเร็กซ์ นั้นความจริงแล้วสิ่งที่เขาเทรดกันจริงๆก็คือ CFD

หลักการทำงาน:

  • คุณทำสัญญากับโบรกเกอร์ CFD เพื่อแลกเปลี่ยนส่วนต่างของราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ เวลาที่เปิดสัญญาและเวลาที่ปิดสัญญา
  • หากราคาสินทรัพย์เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คุณคาดการณ์ไว้ คุณจะได้รับกำไร
  • แต่ถ้าราคาเคลื่อนไหวสวนทาง คุณจะขาดทุน
  • ตัวอย่าง:

    สมมติว่าคุณคาดว่าราคาหุ้น Apple จะขึ้น คุณจึงซื้อ CFD ของหุ้น Apple ที่ราคา 150 ดอลลาร์

  • หากราคาหุ้น Apple ขึ้นไปเป็น 160 ดอลลาร์ คุณจะได้กำไร 10 ดอลลาร์ต่อ CFD 1 สัญญา
  • แต่ถ้าราคาหุ้น Apple ลงไปเป็น 140 ดอลลาร์ คุณจะขาดทุน 10 ดอลลาร์ต่อ CFD 1 สัญญา

ใช่คับที่คนไทยเทรดกันอยู่ก็เป็น CFD แต่ทุกคนก็พูดว่าเทรด forex แต่ก็ไม่แปลกอะไรเพราะมันก็เป็นเทรดเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน แต่พอเป็นคำว่าสัญญาส่วนต่าง คู่สัญญาจึงไม่ได้จำกัดแค่ว่า เป็นแค่คู่ของค่าเงินประเทศใดประเทศหนึ่งกับค่าเงินของอีกประเทศหนุึ่งเท่านั้น แบบ forex ของจริง ทำให้มีคู่สัญญาให้เทรดกันได้มากมายหลายอย่าง ตั้งแต่ ทอง เงิน หุ้น เป็นต้น ผมจะไม่ขอใช้คำศัพท์ว่า CFD นะครับ แต่ใช้คำว่า forex ต่อไปเพื่อให้ง่ายกับสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยคับ

ทำไมคนไทยและนักลงทุนรายย่อยทั่วโลกนิยมเทรดฟอเร็กซ์

  • เทรดได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง: คุณสามารถทำกำไรได้ทั้งจากการซื้อเมื่อราคาสูงขึ้น (long position) และการขายเมื่อราคาลดลง (short position)

  • มีทุนน้อยก็เทรดได้เพราะมีการใช้เลเวอเรจ(leverage):  อนุญาตให้เทรดเดอร์ลงทุนน้อยแต่ซื้อขายสินทรัพย์มูลค่าสูงกว่า เพิ่มโอกาสทำให้เงินทุนเดิมเพิ่ม เป็น 10 เท่า 100 เท่าภายในเวลาไม่นาน

  • การเข้าถึงตลาดที่หลากหลาย: คุณสามารถเทรดได้ทั้งหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี และสกุลเงิน ในบัญชีเดียว

  • ต้นทุนต่ำและความยืดหยุ่น: ฟอเร็กซ์มีค่าคอมมิชชั่นที่ต่ำกว่าการเทรดแบบซื้อขายสินทรัพย์จริง และไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับขนาดการเทรดที่กำหนดตายตัว

  • ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์: โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับตลาด Forex และดัชนีที่ใหญ่ ทำให้คุณสามารถเข้าเทรดเมื่อใดก็ได้ที่คุณต้องการ

  • ไม่จำเป็นต้องถือสินทรัพย์จริง: เป็นการทำสัญญาเพื่อเก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคา ไม่จำเป็นต้องครอบครองสินทรัพย์นั้น ๆ

ข้อเสียของการเทรดฟอเร็กซ์

การเทรดฟอเร็กซ์ (Forex trading) มีข้อเสียหลายประการที่นักลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเข้าสู่ตลาดนี้ ดังนี้:

  1. ความเสี่ยงสูง: ตลาดฟอเร็กซ์มีความผันผวนสูงมาก ซึ่งหมายความว่าราคาสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดทุน

  2. เลเวอเรจที่สูง: การใช้เลเวอเรจช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไร ทำให้สามารถทำกำไรได้ เป็น 10 เท่า 100 เท่าภายในเวลาไม่นาน แต่ก็เพิ่มโอกาสในการขาดทุนได้เช่นกัน หากไม่ได้ควบคุมความเสี่ยงให้ดี อาจทำให้สูญเสียเงินทุนทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

  3. ความเสี่ยงจากความรู้ไม่เพียงพอ: ผู้เทรดที่ไม่มีความรู้หรือประสบการณ์เพียงพอในตลาดฟอเร็กซ์ อาจตกเป็นเหยื่อของการขาดทุน เนื่องจากความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวิเคราะห์ตลาดและกลยุทธ์การเทรด

  4. ตลาดที่เปิดตลอดเวลา: ตลาดฟอเร็กซ์เปิดตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งอาจทำให้นักเทรดรู้สึกเครียดและขาดการพักผ่อน เพราะต้องคอยติดตามสถานการณ์ตลาดตลอดเวลาเพื่อไม่ให้พลาดโอกาส

  5. ความซับซ้อนของตลาด: ตลาดฟอเร็กซ์เกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ข่าวเศรษฐกิจ การเมือง และความผันผวนทางการเงิน ซึ่งยากต่อการทำนาย ทำให้การเทรดต้องใช้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งและการวิเคราะห์อย่างแม่นยำ

  6. ความเสี่ยงจากโบรกเกอร์: โบรกเกอร์บางรายอาจไม่น่าเชื่อถือหรือมีการให้บริการที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้นักเทรดเสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกง โดยเราต้องมีหลักพิจารณาการเลือกโบรกเกอร์ซึ่งผมจะให้รายละเอียดอีกที


ขั้นตอนการเริ่มต้นเทรด forex

หลักจากอ่านทั้งข้อดีและข้อเสียของการเทรด forex มาแล้วจากหัวข้อก่อนหน้า หากคุณยังคิดว่าคุณพร้อมที่จะเสี่ยงเงินทุนของคุณกับตลาดฟอเร็กซ์ก็ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลย

  • เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์: โบรกเกอร์คือตัวกลางในการซื้อขายสัญญาหรือเทรดฟอเร็กซ์ เราควรเลือกโบรกเกอร์ที่หน้าเชื่อถือ แนะนำเข้าไปอ่าน วิธีการเลือกโบรกเกอร์ forex 

  • ฝึกเทรดด้วยบัญชีทดลอง: แพลตฟอร์มฟอเร็กซ์มีบัญชีทดลองให้คุณได้ฝึกฝนก่อนเริ่มใช้เงินจริง ผมว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการลงมือทำคับ แต่เมื่อการเรียนรู้เรื่องการเทรดฟอเร็กซ์ถ้าเราเอาเงินไปลงเลยโดยยังมองไม่เห็นภาพรวมของทั้งหมดก็จะเกิดความเสียหายโดยไม่สมควร ดังนั้นการลงมือทำที่ไม่เสียหายอะไรก็คือการทดลองเทรดด้วยบัญชีทดลองหรือเดโม หลังจากที่คุณเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ก่อนหน้าแล้ว โบรกจะมี MetaTrader 4 (MT4), MetaTrader 5 (MT5) ให้ลูกค้าเลือกใช้งานแล้วแต่เราเลือก คุณก็ดาวน์โหลดและติดตั้ง MT4 หรือ MT5 มาไว้บนคอมพิวเตอร์หรือมือถือของคุณ แต่ผมแนะนำเทรดและใช้งานบนคอมพิวเตอร์จะดีกว่าเพื่อความเป็นมืออาชีพและการดูกราฟราคาที่ชัดเจนและสะดวกกว่า          เมื่อคุณมีทั้งบัญชีเดโมและแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์ของคุณแล้ว ผมแนะนำให้คุณทดลองเทรด ส่วนวิธีการใช้งานนั้นหาดูได้ใน ยูทูป หรือ ติ๊กต๊อกคับ เล่นไม่ยาก พอคุณใช้งานแอพเป็นแล้ว ระหว่างที่คุณทดลองใช้งานก็จะพบคำศัพท์ forex เช่น Lots, pips, Leverage, Buy  Stop เป็นต้น ดังนั้นแนะนำให้เข้าไปอ่านบทความนี้ก่อนคับ  คำศัพท์ที่ใช้ในการเทรด Forex        

  • วางแผนกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง (Risk Management): เมื่อคุณทดลองเทรดเล่นในบัญชีเดโมแล้วจนคุณเข้าใจศัพท์ฟอเร็กซ์ต่างๆ และใช้งาน MT4 หรือ MT5 ได้เป็นอย่างดีแล้วกดซื้อกดขายได้แล้ว  การวางแผนบริหารความเสี่ยงคือเรื่องที่ต้องเรียนรู้และวางแผนก่อนอย่างแรก ก่อนที่จะไปศึกษาเรื่องวงจรเศรษฐกิจของสินทรัพย์ที่คุณจะไปเทรดเสียด้วยซ้ำ เช่น บัญชีเดโมมีเงินทุน 10000 USD คุณต้องวางแผนว่าคุณขาดทุนได้ครั้งละกี่เหรียญ แล้วคุณขาดทุนได้กี่ครั้งก่อนที่เงินทุนจะหมดไป เมื่อทราบว่าตัวเองว่าคุณจะขาดทุนได้ครั้งละกี่เหรียญ คุณก็จะได้รู้ว่าควรเปิดออเดอร์ กี่ lot และขาดทุนได้กี่ pips เป็นต้น ทั้งหมดนี้เพื่อป้องกันเงินทุนของคุณให้อยู่รอดในตลาดเพื่อรอจังหวะที่ทำกำไรได้หลายเท่าตัว อย่างไรเรื่องการบริหารความเสี่ยงมีเนื้อหาต้องพูดกันให้เยอะกว่านี้ หากคุณมีสนใจเทรดฟอเร็กซ์จริงแนะนำให้ไปอ่านได้ที่ลิงค์นี้คับ  การวางแผนกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ในการเทรด forex

  • วางแผนกลยุทธ์การเทรด forex: เมื่อคุณได้ทำตามขั้นตอนก่อนหน้ามาทั้งหมดแล้ว ขั้นตอนนี้ก็การวางแผนว่าเราจะเทรดสินทรัพย์ตัวไหน วางแผนว่าจะ short หรือ long ตอนไหน ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องการหาแนวทางที่ดีที่สุดเพื่อทำกำไรและการป้องการขาดทุน โดย มีกลยุทธ์การเทรดมากมาย เช่น การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) ที่อาศัยกราฟและตัวชี้วัด, การวิเคราะห์พื้นฐาน (Fundamental Analysis) ที่ศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจ, และการเทรดตามข่าวสาร เลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรด ความรู้ และระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้และสอดคล้องกับกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง

  • ติดตามข่าวสารและปรับกลยุทธ์: ติดตามข่าวสารทางเศรษฐกิจและเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจมีผลต่อราคา และเตรียมปรับกลยุทธ์ตามสภาพตลาด แต่ไม่ใช่การเปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยครั้งทุกครั้งที่ราคามีการเปลี่ยนแปลง

  •  สุดท้ายครับหากคุณยังตัดสินใจไม่ได้ ตลาด forex มีระบบให้เราทดลองเทรดครับทุกอย่างเหมือนจริงหมดครับ เข้าซื้อขายตามสภาวะตลาดจริง  แนะนำคุณทดลองเล่นจนเก่งก่อนครับแล้วค่อยเทรดจริง
    หากใครสนใจทดลองเทรดก่อนได้ครับ พอคิดว่าคุณมั่นใจแล้วค่อยอัพเกรดมาเทรดจริง ตามลิงค์นี้ครับ  ทดลองเทรด forex
    ส่วนท่านที่สนใจเทรดจริงเลยก็ได้ครับ  สมัครเทรด forex รับโบนัส
    หรือลิงค์ สมัครโบรกเกอร์แถมเงินฟรี 30  USD

ชาร์ตที่ใช้ในการเทรด Forex

  1. ชาร์ตเส้น (Line Chart)
    ชาร์ตเส้นเป็นชาร์ตที่ง่ายที่สุด โดยใช้เส้นต่อจุดราคาปิดของแต่ละช่วงเวลา (เช่น นาที, ชั่วโมง, วัน) เข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยให้มองเห็นแนวโน้มราคาของคู่สกุลเงินได้อย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ภาพรวมและการระบุแนวโน้มหลัก ๆ

  2. ชาร์ตแท่ง (Bar Chart)
    ชาร์ตแท่งประกอบด้วยแท่งที่แสดงราคาเปิด (Open), ราคาสูงสุด (High), ราคาต่ำสุด (Low) และราคาปิด (Close) ของช่วงเวลาหนึ่งแท่ง ซึ่งช่วยให้นักเทรดเห็นข้อมูลราคาได้ครบถ้วนในการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของตลาด และสามารถใช้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของแรงซื้อและแรงขายได้ดี

  3. ชาร์ตแท่งเทียน (Candlestick Chart)
    ชาร์ตแท่งเทียนเป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่นักเทรด ประกอบด้วยแท่งเทียนที่แสดงราคาเปิด, ราคาปิด, ราคาสูงสุด, และราคาต่ำสุดในช่วงเวลา โดยสีของแท่งเทียนแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาว่ามีการขึ้นหรือลง แท่งเทียนยังสามารถนำมาวิเคราะห์รูปแบบต่าง ๆ เช่น รูปแบบการกลับตัวหรือการต่อเนื่องของแนวโน้ม ทำให้นักเทรดสามารถวางแผนการเทรดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ชาร์ตเหล่านี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ซึ่งช่วยให้ผู้เทรดสามารถเข้าใจการเคลื่อนไหวของราคาและแนวโน้มของตลาด Forex ได้